หลาย ๆ คนที่เพิ่งฉีดวัคซีนไปครบ 2 เข็ม และได้ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน หลังจากที่ต้องอยู่แต่บ้านเพราะกลัวเชื้อ COVID-19 มานาน กลับต้องรู้สึกระแวงอีกครั้ง เพราะเชื้อกลายพันธุ์ที่เรียกว่า “โอมิครอน” หรือที่หลาย ๆ คนอ่านว่า โอไมครอน กลับมาระบาดอีกครั้ง แถมยังติดได้ง่ายกว่าเดิม เชื้อสายพันธุ์นี้จะรุนแรงขนาดไหน ต้องป้องกันตัวเองอย่างไร เราจะมาสรุปให้ฟังสั้น ๆ แบบเข้าใจง่ายกันค่ะ  

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโอมิครอน

  • Omicron อ่านว่า โอมิครอน พบครั้งแรกในบอตสวานา แอฟริกาใต้ ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการกลายพันธุ์มากกว่า 50 ครั้ง และมีการกลายพันธุ์ที่หนามโปรตีน หรือ Protein spike 30 ครั้ง แพร่กระจายได้รวดเร็วเป็นสองถึงสามเท่าของเดลต้า สามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ก็ยังสามารถตรวจจับเชื้อโอมิครอนได้โดยวิธี RT-PCR หรือ การ Swab ชุดตรวจ ATK ก็สามารถตรวจจับเชื้อได้ แต่มีความคลาดเคลื่อนสูงกว่า วัคซีนสองเข็มมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนลดลง ส่วนใหญ่พบเชื้อในผู้ป่วยอายุน้อย 

COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่มาของเชื้อ

  • เชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ถูกค้นพบครั้งแรกโดย Dr. Angelique Coetzee ที่บอตสวานา ประเทศแอฟฟริกาใต้ โดยผู้ป่วยวัยรุ่น 2 คนที่มีอาการเป็นไข้ 1-2 วัน มีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว และไอแห้ง หลังจากนั้นก็ได้ตรวจและพบว่ามีเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน และดร. แองเจลีก โคเอตซี ก็ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนนี้ เธอบอกว่า อาการของผู้ป่วยที่มารักษามีผลเป็นบวก แต่แปลกที่อาการไม่รุนแรงขนาดที่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถรักษาให้หายได้ และผู้ป่วยสามารถได้กลิ่น และรับรู้รสชาติได้ปกติ นักวิทยาศาสตร์จากแอฟริกาใต้ ได้สันนิษฐานเกี่ยวกับเชื้อโอมิครอนว่าอาจจะพัฒนามาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างและความเชื่อมโยงหนึ่ง พบว่าอาจจะมาจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะผู้ป่วย HIV ไม่สามารถกำจัดเชื้อแปลกปลอมได้ดีเท่าคนปกติ และมีผู้ป่วย HIV เป็นหญิงสาวชาวแอฟริกาใต้รายหนึ่งที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 เป็นบวก นานถึง 8 เดือน ข้อมูลเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ข้อมูลจาก The New York Times พบว่ามีการตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอน กว่า 95 ประเทศทั่วโลก และมีการกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ในประเทศไทยมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ โอมิครอน จำนวน 104 รายแล้วในปัจจุบัน 

โอมิครอน อาการ

  • น้ำมูกไหล
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตัวเล็กน้อย
  • จามหรือไอแห้ง
  • เจ็บคอ
  • จมูกยังรับกลิ่น ลิ้นรับรสได้ปกติ
  • เหงื่อออกมากตอนกลางคืน แม้อากาศหนาว 

วิธีดูแลตัวเอง ให้ห่างไกลจากโอมิครอน

  • ฉีดวัคซีน mRNA 3 เข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่แออัด
  • รักษาระยะห่าง อย่างน้อย 1-2 เมตร
  • ไอ/จามใส่ข้อพับแขนของตัวเอง
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศในห้อง
  • ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์/สบู่ อย่างสม่ำเสมอ 

บทความแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *